
พระเอกของงานไดโนเสาร์หน้าพิพิธภัณฑ์สิรินธร
การเดินทางไปสอบแข่งขันทักษะทางวิชาการตามจังหวัดต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่พวกเราได้เป็นของแถมก็คือการได้ท่องเที่ยวสถานที่สำคัญ ๆ ของจังหวัดนั่น ๆ หรือตามจังหวัดรายทางที่พวกเราเดินทางผ่าน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ระยะเวลาที่เหลือเพื่อให้เดินทางกลับ หรือเดินทางต่อได้ในเวลาที่กำหนดนั่นเอง
วันนี้ก็เช่นกันการสอบ Sci Test ที่โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์เสร็จสิ้นในช่วงเช้าคือ 11.00 น. ทานข้าวกลางวันเสร็จ คำนวณระยะทางและเวลาที่เหลือคงเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์สิรินธรได้บ้าง ระยะทางจากกาฬสินธุ์ถึงสหัสขันธุ์ดูจากหลักกิโลฯแล้วคงราว ๆ 39 กม. เริ่มด้วยเส้นทางหน้าโรงเรียนฯ ขึ้นไปอีก 2 แยกไฟแดง เลี้ยวซ้ายผ่านถนนบุญกว้าง จนถึง 3 แยกไฟแดง แล้วก็เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางสายสกลนคร จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 227 ซึ่งถนนเส้นนี้ก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว แต่ด้วยที่เราเองไม่เคยมา ทำให้เลยทางเข้าพิพิธภัณท์ไปหนึ่งแยกไฟแดง ต้องยูเทิร์นกลับมา ทางเข้าพิพิธภัณฑ์สิรินธร จะอยู่ทางด้านขวามือติดกลับโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษาพอดี
จริง ๆ แล้วหากพวกเราสังเกตสักหน่อยก็คงไม่ขับเลยไปเยอะขนาดนี้ เพราะบนภู้กุ้มข้าวมีตัวหนังสือขนาดใหญ่เขียนว่า Dinosao จากปากทางเข้าผ่านวัดอะไรสักอย่างผมจำชื่อไม่ได้ เลี้ยวสักพักก็ถึงแล้ว เอารถไปจอดในที่เขาจัดไว้ พวกเราก็ลุยทันที เด็ก ๆ ดูตื่นเต้นมากเลย โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็กดูตื่นเต้นกว่าเพื่อนกระโดดโลดเต้นเลยล่ะ

ภายในพิพิธภัณฑ์แสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ ลูกสาวกลัวโครงกระดูกมาก
พิพิธภัณฑ์สิรินธร วันที่พวกเรามาไม่เก็บค่าเข้าชม ก็บริจาคในตู้บริจาคแล้วศรัทธา สิ่งต้องห้ามนำเข้าหลัก ๆ ก็เป็นร่ม และกล้องถ่ายวีดีโอ ส่วนกล้องภาพนิ่งสามารถนำเข้าได้ การจัดแสดงก็แบ่งเป็นโซนต่าง ๆ เดินตามรอยเท้าไดโนเสาร์เข้าไปเรื่อย ๆ ภายในมีสื่อมัลติมีเดียให้ได้ชม ศึกษาวิถีชีวิตของไดโนเสาร์ รวมถึงสัตว์โบราณต่าง ๆ ด้วย ภายในของพิพิธภัณฑ์แสดงโครงกระดูกจำลองของไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มของอีสานตระกูลด้วย พวกเราเที่ยวเก็บภาพไว้เรื่อย ๆก็ใช้เวลาไม่มากครับ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ครบทุกโซนแล้ว

เข้ามาด่านแรกก็เจอตัวนี้ยืนตระหง่านเลยครับ

ตามด้วยโครงกระดูกไดโนเสาร์น้อยใหญ่
ออกจากพิพิธภัณฑ์ ก็เดินทางไปยังหลุมขุดไดโนเสาร์ ซึ่งอยู่ด้านบนของภูกุ้มข้าว แม้ว่าจะมองว่าเป็นภูเขาที่ไม่สูงนัก และระยะทางระหว่างพิพิธภัณฑ์จะไม่ไกลกันนัก แต่ด้วยความลาดชันมากพอสมควร ทำเอาพวกเราเหงื่อตกไปเลยทีเดียว แต่ลูกสาวคนเล็กแม้จะวัยแค่ 3 ขวบก็สู้ไม่ถอย วิ่งขึ้นภูเขาแทบไม่เห็นอาการเหน็ดเหนื่อยเลยว่างั้น ส่วนผู้ใหญ่พอเดินขึ้นมาถึงถนนด้านบนต้องนักพักเหนื่อยกันสักครู่ก่อนเดินต่ออีก 300 เมตรก็จะถึงหลุมขุดพอดี

ลูกสาว ลูกชายวิ่งนำหน้าไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
พื้นที่ของหลุมขุดอยู่บนภูสูง สร้างเป็นอาคารครอบไว้อีกทีหนึ่ง ภายในยังมีห้องแสดงมัลติมีเดียให้ชม เกี่ยวกับความรู้ของไดโนเสาร์ด้วย มีทางเดินบนอาคารรอบ ๆ หลุมขุดให้เดินชม พร้อมด้วยสื่อความรู้แสดงให้ชมเป็นระยะ ๆ
ตรงหลุมขุดนี้พวกเราใช้เวลาไม่มากนักเนื่องจากเหนื่อยจากการเดินขึ้นภูเขานั่งพักซื้อน้ำ อาหารซึ่งมีให้บริการบนพื้นที่ด้านบนนี้ นอกจากนี้ยังมีร้านขายของฝากบริเวณหน้าวัดด้วย

ถึงแล้วอาคารหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

ภายในอาคารแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์

ซากฟอสซิลของไดโนเสาร์ภายในหลุมขุดค้น
ดูภาพทั้งหมดได้ที่ facebook.com/charintr

น่าไปเที่ยวจัง
เคยไปเมื่อปีที่แล้วครับ ยอมรับว่าเขาจัดได้ดีครับ ได้ความรู้มากมายเลยล่ะครับ ผมว่าน่าจะเป็นกลุ่มไดโนเสาร์กลุ่มเดียวกันกับที่ขอนแก่นล่ะครับ
เมื่อก่อนตรงหลุมขุดค้นเป็นวัดนะครับ หลวงปู่หลวงพ่อท่านนิมิตรเห็นไดโนเสาร์มาเล่นน้ำ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ในบริเวณนั้นมีซากฟอสซิลไดโนเสาร์อยู่จริง ๆ ครับ
ดีมาเลย อยากไปเหมือนกันค่ะ