วันอังคาร, 17 พฤษภาคม 2565

กาแฟปลูกง่าย แต่ดูแลอาจจะไม่ง่าย(สำหรับเรา)

03 ก.พ. 2022
230

เราเองเป็นคนชอบทานกาแฟ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทำงานดึก ๆ เพราะต้องโพสขายของออนไลน์ให้กับทางฝรั่งแถบยุโรปและอเมริกา ช่วงนั้นนอนน้อยมาก บางวันแทบไม่ได้นอนเลย ต้องแข่งกับเวลา ยิ่งในช่วงเทศกาล Back Friday นี่ไม่ต้องนอนกันเลยทีเดียว กาแฟจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเรา เมื่อก่อนหากเราไปทานกาแฟที่ร้านไหน แล้วเขานำต้นกาแฟมาโชว์ที่หน้าร้าน เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากสำหรับเรา เพราะในความคิดของเรา คิดว่าการปลูกกาแฟเป็นเรื่องยากมาก จนวันหนึ่งได้มีโอกาสไปเที่ยวที่จันทบุรี น้องชายพาแวะซื้อต้นพันธุ์ที่ข้างทาง มาพร้อมกับทุเรียน ผมปลูกไว้ 2 ต้น ต้นที่เห็นนี้ สูงแค่ระดับหน้าอก แต่อีกต้นสูงท่วมศรีษะแล้ว

ต้นที่สูง ๆ ออกลูกเยอะ และดกมาก แต่ถึงวันนี้กลับบ้านเก่าไปแล้ว คือต้นค่อย ๆ แห้งจากปลายยอดลงมา แล้วค่อย ๆ ตายที่ละนิด ๆ สุดท้ายตอนนี้ไม่เหลือแล้ว แต่ต้นนี้โตช้า จำไม่ได้ว่าเป็นพันธุอะไรแต่โตช้า แต่เท่าที่พยายามค้นหาข้อมูล ได้ข้อมูลมาว่าอาจจะเป็นเพราะเราปล่อยให้เขาออกลูกมากไป ต้นเลยโทรมเร็ว ต้องมีการตัดแต่งกิ่งบ้าง ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการปลูกละครับ เคยได้แต่ลิ้มรสของเนื้อสุก ๆ ของกาแฟ แต่ไม่เคยได้ดื่มกาแฟจากต้นที่ตัวเองปลูกเลย

ตั้งใจว่าถ้าต้นนี้ติดลูก ติดผล ก็จะลองเก็บมาตากแห้งและขั่วลองชิมดู ว่ามันจะมีรสชาดเป็นอย่างไรบ้าง หอมเหมือนที่เขาทำมาขายกันไหม ช่วงนี้ก็ได้แต่รอลุ้นละครับ ว่าจะติดลูกไหม

สำหรับต้นแรก เราดูแลเขาไม่เป็น เพราะว่าเราไม่รู้ว่ากาแฟมีโรคอะไรบ้าง แต่จากการค้นหาข้อมูลที่คิดว่าใกล้เคียงกับอาการของต้นแรกน่าจะประมาณนี้ครับ

โรคตายยอด (Die-back) เป็นโรคแทรกภายหลังที่ต้นอ่อนแอลงภายหลังจากการให้ผลดกเกินไป และความอุดมสมบูรณ์ไม่เพียงพออาการ ปลายกิ่งที่ติดดอกออกผล จะแห้งตายจากปลายกิ่ง เข้ามาใจะร่วงทำความเสียหายมาก เพราะในปีต่อไปอาจไม่ได้ผลผลิตเลย เพราะไม่มีการเจริญของปลายกิ่งออกไป ซึ่งจะเป็นบริเวณที่ติดดอกออกผล ต้นที่มีอาการรุนแรงอาจแห้งตาย

การป้องกันกำจัด
๑. ตัดแต่งกิ่งไม่ให้กาแฟให้ผลดกมากเกินไป โดยเฉพาะในปีแรก
๒. เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ใส่ปุ๋ยให้เพียงพอในช่วงกำลังออกดอกผล
๓. เพิ่มร่มเงาให้ เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยและลดผลผลิตให้ได้สัดส่วน ไม่ให้ต้นทำงานหนักเกินไปในการเลี้ยงผลกาแฟ
๔. ต้นที่มีอาการรุนแรง ยืนแห้งจะตาย ควรตัดระดับหัวเข่า เพื่อให้แตกกิ่งตั้งใหม่จะให้ผลดีกว่าคอยให้ฟื้นตัว ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ ๒ ปี

ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเราสำหรับการปลูกกาแฟ สำหรับต้นที่สองเราน่าจะเริ่มรู้วิธีการดูแลและบำรุงรักษาบ้างแล้วพอสมควร และใครที่คิดว่าการปลูกกาแฟเป็นเรื่องง่าย สำหรับเราเองไม่ง่ายเลยครับ