บันทึก
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ปกติไม่ค่อยได้เขียนเรื่องที่เป็นทางการสักเท่าไหร่ นาน ๆ ทีจะหยิบเอาเรื่องราวส่วนตัวขึ้นมาเขียนบ้าง วันนี้เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดของลูกชาย จะเรียกว่า หมอติว ก็น่าจะพอได้ แต่จริง ๆ แล้วยังเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 (Extern) อยู่เลย เมื่อหลายสิบปีก่อน การมีลูกคนแรกเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากสำหรับพ่อ แม่ แต่ก็เป็นเรื่องยากอีกอย่างที่เราจะค้นหาแนวทางการส่งเสริมการศึกษาของลูก เพราะเนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์หาที่ปรึกษาก็ยากมาก เริ่มจากชั้นอนุบาลใครบอกว่าตรงไหนดี เราก็เอาเข้าไปเรียน เริ่มต้นจากค้นในที่ทำงานแนะนำ การเริ่มต้นชั้นอนุบาลจึงเริ่มที่โรงเรียนอนุบาลอัชสัมชัน แต่เพราะมีการข้ามชั้นจึงทำให้จบอนุบาลก่อนกำหนด 1 ปี แต่ตอนนั้นเราไม่สามารถนำลูกเข้าเรียนก่อนเกณฑ์ได้ในโรงเรียนของรัฐ เด็กชายติวเตอร์จึงต้องกลับไปเรียนซ้ำชั้นอนุบาล 3 อีกครั้งที่ต่างจังหวัด

เมื่อครบกำหนดเข้าตามเกณฑ์ของรัฐ จึงสามารถเข้าเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนอุบลวิทยาคมได้ การเรียนในชั้นประถมถือว่าไม่มีอะไรที่ต้องหนักเพราะเรียน ๆ เล่น ๆ ไม่ต้องเรียนพิเศษใด ๆ ทั้งสิ้น สอบแข่งขันทักษะต่าง ๆ ก้ไม่ต้อง เพราะพ่อกับแม่ก็ไม่ทราบว่าต้องเรียนพิเศษ ทำให้ชีวิตในชั้นประถมของเด็กชายติวเตอร์ใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กทั่วไป ๆ เรียน ส่งการ และก็วิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ หลังเลิกเรียน มีแข่งขันบ้างก็เรื่องศิลปะการวาดภาพ มีได้รางวัลระดับประเทศด้วยนะ รับรางวัลกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมวลีฯ เมื่อครั้งตอนเรียนอยู่ชั้น ป.4

ขึ้น ป.6 เริ่มกังวลว่าจะสอบเข้าโรงเรียนจังหวัดได้หรือไม่ จึงเสาะแสวงหาแหล่งติว แม้จะสอบได้อัน 1-2 ของห้องและสายชั้น แต่โรงเรียนสอนพิเศษก็ใช่จะรับ ต้องมีการทดสอบก่อน ปรากฏว่าสอบไม่ผ่านได้ห้องติวพิเศษ ต้องติวแบบไม่หวังผล แต่ก็สามารถเข้าได้เป็นอันดับ 2 ของห้อง AP โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (นับจากอันดับสุดท้ายขึ้นไป) ฮ่า ๆ ๆ ได้เข้าเรียน ห้อง ม.1/11 รุ่นที่ 2 จากจำนวน 2 ห้อง (จำนวนห้องละ 35 คน รวม AP สมัยนั้น 70 คน) ด้วยที่ไม่เคยเรียนพิเศษ ทำให้เด็กชายติวเตอร์เรียนไม่ทันเพื่อน จึงต้องเข้าเรียนพิเศษ บางครั้งต้องกินข้าวในรถระหว่างเปลี่ยนสถานที่เรียน แต่เมื่อพื้นฐานไม่ดี จึงอยู่ครั้งหนึ่งที่คุณครูเรียกพ่อ-แม่เข้าไปพบ ปรับระดับการเรียนให้ลดลงมากว่าระดับที่เพื่อน ๆ เรียน และก็ได้เพื่อนที่ดีช่วยติวให้ระหว่างพัก ผ่านเทอม 1 ไปได้ หลาย ๆ อย่างเริ่มดีขึ้น มีสอบแข่งที่ไหนใกล้ – ไกลไปหมด เพื่อหาประสบการณ์ เรื่องอันดับไม่ต้องพูดถึงนาน ๆ จะมีติด Top 10-20 กลับเข้าบ้าง แต่พอออกไปสอบไกล ๆ ขึ้นเพื่อนร่วมห้องไม่ไป ก็เริ่มอันดับให้เห็น 1-2 บ้าง เช่น ที่โรงเรียนราษีไสล ตอนอยู่ชั้น ม.1 ได้อันดับ 1 วิทย์ และได้อันดับ 2 ชั้นม.4 วิชาฟิสิกส์(แข่งกับพี่ม.4)

สอบเข้า EEP ได้ลำดับที่ 20 และสอบได้โครงการ วมว.ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น(สละสิทธิ์) ม.ปลายเริ่มมีหลุดบ้างตามประสาวัยรุ่น ม.6 เทอม 1-2 ไม่เข้าเรียน แทบจะโดนตัดสิทธิ์สอบ เพราะไปติวเตรียมตัวสอบ(และโดดเรียน) สนามแรก คณะแพทยศาสตร์ ม.บูรพา คะแนนรวม 49% ไม่ผ่านเกณฑ์ สนาม 2 MD02 ม.ขอนแก่น ไม่ผ่านภาษาอังกฤษ สนามโควต้า ไม่ผ่าน 30% วิชาคณิตศาสตร์ เพื่อน ๆ เริ่มสอบติดกันไปหมด เหลือสนามสุดท้าย กสพท. นำคะแนนยื่น ม.อุบล สนามสุดท้ายลุ้นหนักมาก สุดท้ายผ่านมาได้แบบเฉียดฉิว น่าจะอันดับ 2 ต่อจากท้ายขึ้นมา(อีกแล้ว) พ่อ-แม่โล่งแทบอยากร้องไห้เพราะความดีใจ

วันรับเสื้อกาวน์ เป็นวันที่ภูมิใจสุด ๆ ญาติ พี่ น้อง มาพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ต้องสะสุด เมื่อโรคโควิดระบาดหนัก ต้องเข้าเรียนแบบออนไลน์ แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นฝึกคลินิก วันแรกปรับตัวไม่ได้ เครียดหนักร้องไห้เลย (หาเวลากินข้าว กินน้ำไม่ได้) รวมถึงโดนดุหลาย ๆ เรื่อง พ่อ-แม่ใจเสียเลยต้องปลอบหลาย ๆ อย่าง สุดท้ายได้คำแนะนำจากคุณหมอหลาย ๆ ท่านจากที่ทำงานก็ผ่านไปได้

ทุกวันนี้ฝึกที่คลินิกไหน ก็ชอบหมด เห็นบอกอยากเรียนไปเสียทุกอย่าง ถึงบ้านกับโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์จะอยู่ไม่ไกลกันแต่นาน ๆ จะได้พบลูกชายเพราะต้องขึ้นเวรเหมือนหมอทุกอย่าง ถึงจะหนักแต่เราก็รับรู้ได้ว่าลูกน่าจะผ่านไปได้ เห็นรอยยิ้มก็มีความสุขสุด ๆ แล้ว

สรุปว่าเขียนเรื่องอะไรนิ สุดท้ายวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของหมอติว ก็ขอให้มีความสุขนะครับ คิดดี พูดดี ทำดี ทุกอย่างจะดีตามมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *