ความหมายของการเกษตร รู้เรื่องการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์

เกษตรกรรม คือ การปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ คำว่าเกษตรกรรมมาจากภาษาละติน แปลว่า “การเพาะปลูกที่ดิน” เกษตรกรรมเป็นอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยมีหลักฐานย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อนคริสตกาล การปฏิบัติทางการเกษตรบางอย่างสามารถสืบย้อนไปถึงประมาณ 12,000 ปีที่แล้ว การเกษตรทำให้ผู้คนสามารถใช้ที่ดินของพวกเขาเพื่อมากกว่าแค่การทำฟาร์ม – นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นสถานที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการ เช่น การเดินป่าและการตั้งแคมป์ สวนผัก ทำแปลงปลูก

อ่านเพิ่มเติม
โพสท์ใน บทความเกษตร | ติดป้ายกำกับ , , , , , | ปิดความเห็น บน ความหมายของการเกษตร รู้เรื่องการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์

สวนผักข้างบ้าน

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเองพยายามที่จะเปลี่ยนพื้นที่ข้างบ้านเล็ก ๆ ขนาดไม่กี่ตารางวา ให้เป็นสวนผักขนาดย่อม ตั้งแต่เริ่มต้นมาช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2565 นั้น ลงผักไปหลายชนิด แต่ด้วยพื้นที่เล็ก ประจวบกับบ้านแบบ 2 ชั้น พอตกช่วงกลางวันที่ผักควรจะได้รับแสง ก็ถูกบดบังด้วยเงาของตัวบ้าน ก็พยายามเลือกมุมที่ได้รับแดดมากที่สุด ก็กลายเป็นว่าไปอยู่ใกล้หม้อแปลงขนาดใหญ่ของการไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงไฟรั่ว

อ่านเพิ่มเติม
โพสท์ใน My life | ปิดความเห็น บน สวนผักข้างบ้าน

การกราบ บูชาพระรัตนตรัย

การกราบบูชาพระรัตนตรัย

  1. กราบ 3 ครั้ง
  2. เริ่มบทอิมินา
    อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามะ
    อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามะ
    อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามะ
  3. คำบูชา พระรัตนตรัย
    อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
    สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)
  4. นะโม 3 จบ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
  5. กราบ 3 ครั้ง แล้วทำสมาธิภาวนา(ต่อ)
โพสท์ใน My life | ปิดความเห็น บน การกราบ บูชาพระรัตนตรัย

เกิดประเด็นดราม่า จัดค่ายธรรมะ แต่เอาลัทธิอะไรมาก็ไม่รู้

วันที่ 3 ธ.ค.65 สืบเนื่องจากวานนี้ (2 ธ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช มีการจัดอบรมค่ายธรรม โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 18 ห้องเรียน เข้ารับการอบรมซึ่งมีนายดุริยะ จันทร์ประจำ ผู้อำนวยการโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชเป็นประธานเปิดการอบรม แต่ภายหลังเข้ารับการอบรมปรากฏว่ามีเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งไม่ยอมเข้ารับการอบรมเนื่องจากเป็นการเข้ารับการอบรมลัทธิอนุตรธรรม ซึ่งเป็นลัทธิความเชื่อหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนไม่ใช่พระพุทธศาสนา ซึ่งลัทธิอนุตรธรรมสอนว่า จิตวิญญาณเท่านั้นที่มาจาก “พระองค์ธรรมมารดา” ร่างกายเป็นเพียงที่พำนักชั่วคราว การได้รับถ่ายทอด “วิถีอนุตรธรรม” ทำให้เราได้รับสิ่งวิเศษ 3 อย่างคือ 1. มโนทวา 2. สัจจคาถา 3. ลัญจกร การขอรับวิถีธรรม จะนำพาตัวเองขึ้นไปสู่ความเป็นนิรันดร

อ่านเพิ่มเติม
โพสท์ใน My life | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เกิดประเด็นดราม่า จัดค่ายธรรมะ แต่เอาลัทธิอะไรมาก็ไม่รู้

ทำบัตรผ่าน กองบิน 21 ปีงบประมาณ 2566

สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ทางสัญจรเข้า-ออก กองบิน 21 อุบลราชธานี สำหรับปีงบประมาณ 2566 นี้ ทางกองบิน 21 อุบลราชธานี เปิดให้สามารถทำบัตรผ่านได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 (เฉพาะวันเวลาราชการ)

เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการขออนุญาตผ่าน

  1. สำเนาคู่มือการจดทะเบียนรถ
  2. สำเนาป้ายการเสียภาษีรถประจำปี(ป้ายวงกลม)
  3. ค่าบริการทั้งรถยนต์ / จักรยาน คันละ 200 บาท

ซึ่งบัตรอนุญาตมีอายุ 1 ปี(ต้องขออนุญาตปีต่อปี) ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากครับ สามารถติดต่อขอทำได้ที่แผนกสารวัตรทหารอากาศ กองบิน 21 ใกล้ ๆ กับทางเข้าฝั่งสี่แยกโตโยตา โดยกรอกใบขออนุญาตและยื่นเอกสาร ประมาณ 1 เดือนก็จะมีใบให้นำมารับบัตรอนุญาตเข้า-ออกอีกครั้ง วันนี้ผู้เขียนเดินทางไปทำก็ใช้เวลาไม่นานครับ

โพสท์ใน My life | ปิดความเห็น บน ทำบัตรผ่าน กองบิน 21 ปีงบประมาณ 2566

ฝันว่าได้ไปกราบหลวงตาท่านเป็นคืนที่สอง

เมื่อคืน(วันที่ 25 พฤศิกายน 2565) รู้สึกจิตใจมันผิดปกติมาตั้งแต่ตอนเย็น ๆ แล้ว ไม่ว่านั่ง จะทำอะไร มันก็พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของมันเอง สุข ก็เท่านั้น ทุกข์ก็เท่านั้น ความดี ความชั่ว ก็พิจารณาไปเรื่อย ๆ เรื่องของว่าคนเราเกิดมาทำไมต้องทำเรื่องยุ่งยากต่าง ๆ ให้ตัวเอง ดิ้นรนขวานขวาย หาสิ่ง หาของ หาเงินหาทอง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว มีแค่ปาก ๆ เดียว กินจะสักเท่าไหร่ เสื้อผ้าอาภรณ์ต่าง ๆ ก็เช่นกัน มันเป็นแค่เครื่องประทังความหนาวความร้อน ก็อวดว่ายี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้ ของดีของเลิศ เลิศก็เลิศเท่านั้น เดี๋ยวมันก็ต้องทิ้ง สาระพัดที่มันจะพิจารณาของมัน สุดท้ายจิตมันรวมลง อยากนั่งสมาธิ นั่งไปความเจ็บเหนื่อย ปวดเมื่อยมันก็เกิดขึ้น มันพิจารณาก็แล้ววางมัน จิตมันโล่งมาก แต่ยังไม่ได้ดึกอะไรนะ ประมาณ 3 -4 ทุ่ม มันก็ออกอาการง่วงอยากนอนซะงั้น นอนก็นอนซิ เราก็ว่าไม่เป็นไร ตื่นก็ลุกขึ้นมาปฏิบัติต่อ ไม่รู้ว่าหลับไปได้นานเท่าไหร่

อ่านเพิ่มเติม
โพสท์ใน My life | ปิดความเห็น บน ฝันว่าได้ไปกราบหลวงตาท่านเป็นคืนที่สอง

รู้สึกยังไง กับคำว่า อย่ารอจนแก่ค่อยเที่ยว

Cr.ภาพจาก TripTH

ถึงแม้ว่าตอนนี้อายุอานามจะปาไปที่เลข 5 แต่ทุกครั้งที่เห็นข้อความอย่างนี้ แรก ๆ ก็เฉย ๆ นะ แต่พอเห็นบ่อย ๆ ก็รู้สึกว่า ไม่ใช่แล้ว คือคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างตัวเรานี่บอกเลยว่า เรื่องเที่ยวไม่ว่าจะไปเที่ยวตามธรรมชาติ ในเมือง ประเทศเราหรือต่างประเทศ กลับมีความรู้สึกเฉย ๆ ไม่ตื้นเต้นอะไรเลย โดยส่วนตัวเราอาจจะเป็นคนที่ชอบความโดดเดี่ยว คือหากต้องไปเที่ยวจริง ๆ เราชอบเที่ยวคนเดียว ไม่ชอบไปกับหมู่คณะ เราชอบการตัดสินใจที่ทำได้ทันที ไม่ต้องรอความเห็นของใคร ๆ มันเป็นของมันมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม ชอบความอิสระ ไม่ต้องการเกี่ยวพันกับใคร ไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง ต่อให้ลำบากก็ช่าง

ถึงตอนนี้อยากบอกเลยว่าประเภทที่บอกว่า รีบเที่ยวก่อนที่แก่จะไม่มีเรียวแรงเที่ยว อาจจะเป็นสำหรับบางคน แต่สำหรับเราแล้ว ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นอย่าไปตัดสินใครจากความรู้สึกของเราเอง คนทุกคนไม่เหมือนกัน เห็นไม้ตามป่าไหม บางต้นมันขึ้นมาตรง ๆ บางต้นคดเคี้ยวไปทั่ว แต่ทุกต้นมันก็ยืนต้นมีชีวิตอยู่ได้ คนเหมือนกัน แต่วิถึความรู้สึกไม่เหมือนกัน นานาจิตตังครับ

โพสท์ใน My life | ปิดความเห็น บน รู้สึกยังไง กับคำว่า อย่ารอจนแก่ค่อยเที่ยว

ทำเถอะ ก่อนที่จะไม่เหลือเวลาให้ทำ

ทุกวันนี้หากมีโอกาสไม่ว่าจะเป็นหยุด หรือวันไหน ๆ ที่เราสามารถทำได้ เราก็จะทำให้เป็นกิจวัตรปกติของเรา ไม่ว่าจะเป็นตื่นตอนเช้า ๆ ตี 4-5 เพื่อลุกขึ้นทำอาหาร นึ่งข้าวเพื่อไปใส่บาตร สวดมนต์ทำวัตรเช้า วัตรเย็น ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าชีวิตคนเรามันจะสั้นยาวแค่ไหน อย่างเช่นเมื่อวานมีโอกาสได้อ่านบทความของอาจารย์หมอท่านหนึ่ง เพิ่งจบเฉพาะทาง กำลังจะได้เป็นอาจารย์ด้วยวัยแค่เพียง 28 ปี ท่านพบว่าท่านเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ท่านบอกที่ผ่านมาไม่ได้เสียดายในชีวิตของท่านเลย ซึ่งแต่นี้ต่อไปท่านมีเวลาจำกัดในชีวิตนี้ หากจะมองในแง่ดี ท่านทราบแล้วว่าชีวิตบนโลกนี้ไม่ได้มีอะไรให้กับเรามากมาย ดังนั้นสิ่งที่ทำมาคุ้มค่ามากแล้ว และเช่นกัน หากย้อนกลับมามองเรา เรารู้หรือไม่ว่าเวลาของเราเหลืออยู่เท่าใด เรามัวแต่หลงเพลินว่าชีวิตเรายังจะเหลือเวลาอีกไม่จำกัด มันใช่หรือไม่ บางทีเราอาจจะมีเวลาเหลือน้อยกว่าอาจารย์หมอท่านก็เป็นได้ ดีแค่ไหน เรามีโอากาสได้บอกลาคนที่เป็นที่เรารัก เรามีเวลาได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่สำหรับบางคนแทบไม่ได้มีโอกาส เพราะความตายนั้น มันพรากเราไปได้ทุกเวลานาที อย่าคิดว่า เดี๋ยวค่อยทำ ๆ ๆ ๆ แล้วเมื่อไหร่ละครับ จะทำ ….

อ่านเพิ่มเติม
โพสท์ใน My life | ปิดความเห็น บน ทำเถอะ ก่อนที่จะไม่เหลือเวลาให้ทำ

OMAD วันที่ 13 เหมือนมีอุปสรรค น้ำหนักก็ค้าง

วันนี้เป็นวันที่ 13 แล้ว ร่างกายปรับสภาพของเขาแล้ว จะทานน้อย/มาก การเก็บสะสมและการดึงออกมาใช้ดูเหมือนว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี ทานน้อย ลดมื้อลง แต่ร่างกายก็ไม่ได้เหนื่อยอะไร สิ่งที่จะต้องสู้กลับไม่ใช่ร่างกาย แต่มันคือจิตใจของเราเอง การลดน้ำหนักแบบนี้เรียกว่าโหด คนที่สู้กับความหิวไม่ได้ ต้องหลีกเลี้ยงสิ่งยั่วยวนต่าง ๆ การติดตามรายการเพ็จอาหาร รายการเพ็จท่องเที่ยวที่มีการร้านอาการ การกินต่าง ๆ หรือแม้แต่ กับผู้คนในบ้านที่อาจจะคอยห่วงเราว่าเราจะเป็นอะไรไปในระหว่าง OMAD เราจะต้องคอยสื่อสารกับพวกเขาว่าเราไม่มีอาการผิดปกติอะไร อยู่ได้ แล้วก็สบายตัวขึ้นด้วย เพื่อลดความกังวลของคนรอบข้าง บางครั้งเขาห่วงเรามาก ๆ ถึงกลับเอาของกินมาวางไว้ใกล้ ๆ เผื่อเราอดไม่ได้จะได้ยัดกลับเข้าในปากได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญของการทำภารกิจไม่สำเร็จ ถ้าเอาไม่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้ แต่เพื่อไม่ให้เขาต้องเสียใจ ก็มีแอบ ๆ เอาไปเก็บในตู้เย็น วางไว้ห่าง ๆ บ้างเมื่อเขาเผลอ

อ่านเพิ่มเติม
โพสท์ใน My life | ปิดความเห็น บน OMAD วันที่ 13 เหมือนมีอุปสรรค น้ำหนักก็ค้าง

OMAD Day 11 ความหิวหายไป ต้องบังคับกิน

smart

วันนี้เป็นวันที่ 11 แล้วของการทานอาหารแบบ OMAD ( One Meal A Day) คือทานอาหารเพียงมื้อเดียวต่อวัน โดยไม่จำกัดว่าเป็นมื้อไหน เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ความจริงจะเรียกว่าตื่นหรือไม่ เพราะมื่อคืนทั้งคืนก็แทบเรียกหลับนิด ๆ แล้วก็ลุกขึ้นมาทำสมาธิ ภาวนา หลังจากที่เราเข้าสู่โปรแกรม OMAD ร่างกายก็ปรับตัวดีขึ้นหลาย ๆ อย่าง การง่วงการเพลียก็ดูเหมือนจะน้อยลง รวมถึงน้ำหนักที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 85 กิโลกรัม ลงมาขยับไป-มานิด 79-80 กิโลกรัม ความง่วงความโงกจากการนั่งสมาธิก็ลดลง นั่งได้นาน ๆ ไม่ต้องแบกสังขาร แบกน้ำหนักทับตัวเอง สมาธิภาวนาก็ดูเหมือนดีขึ้น

เมื่อเป็นทั้งวันพระขึ้น 15 ค่ำ และเป็นวันลอยกระทง ประจวบกับเป็นวันจันทรุปราคาด้วย มาบรรจบ สิ่งที่ไม่ได้ทำคือการลอยกระทง เราเองไม่สะดวก เพราะมีภาวกิจกว่าจะกลับเข้าบ้านก็ปาไปสองทุ่มกว่า ๆ รีบอาบน้ำ สวดมนต์ทำวัตรเย็น(ตอนดึก ๆนิด ๆ ) จากนั้นก็นั่งสมาธิ ภาวนาต่อ สลับกับนอนพักผ่อนบ้างเป็นระยะ ๆ มาตื่นอีกทีประมาณตี 3 กว่า เช้านี้ไม่สวดมนต์ทำวัตรเช้า เพราะช่วงนี้อากาศดี กลัวว่าจะรบกวนคนอื่น ๆ ในบ้าน และบ้านใกล้เรือนเคียง ตีสามลุกขึ้นมาฟังหลวงพ่อชา ท่านเทศน์ในเรื่องต่าง ๆ เข้มข้นบ้าง ผสมกับบางบทเหมือนการให้กำลัง เรารถเล็กก็ใช้กำลังพอสมควร ไม่เหมือนรถใหญ่ ก็ให้รู้จักประมาณกำลังของตน อย่าไปเร่งตัวเองให้มาก และอย่าย่อหย่อนจนขึ้เกียจขี้คร้าน ทำไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องไปตั้งว่าจะเอาอะไร จะเห็นอะไร ทำไปเรื่อย ๆ เหมือนชาวนาหว่านข้าว ก็ให้น้ำให้ท่า ไปปุ๋ยไปตามระยะ เมื่อถึงเวลาอาจจะได้กินข้าวเม่าก็เป็นได้ ก็ปฏิบัติก็เช่นกัน ก็ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้แหละ

เช้านี้ตื่นมาทานขนมไป 2 ชิ้น ก็รู้สึกอิ่ม มีความรู้สึกว่าไม่หิวอะไร แต่ลองมาคิดดู ขนมปังมีแค่แป้ง อย่างน้อยก็ต้องมีวิตามิน เมื่อไม่หิวข้าวก็ไม่กินเพิ่ม แต่ต้องให้ร่างกายมันได้รับสารอาหารที่ควรจะได้ เลยลอง ๆ ค้นในตู้เย็นได้น้ำผลไม้มากล่องหนึ่ง และก็นมถั่วเหลืองอีกกล่อง บังคับมันกินลงไป ไม่งั้นมันจะเสพติดการงดอาหารร่างกายจะพังเอา

ถึงวันนี้วันที่ 11 ของ OMAD บอกเลยว่าให้อดต่อแบบไม่ทานอะไรเลยก็น่าจะพอได้ แต่ก็ไม่คิดจะทำ กลัวว่าร่างกายสังขารมันจะพังเอา ไม่ไปทรมานมันขนาดนั้น ก็ดูแลกันไปแบบธรรมดานี่ก็น่าจะพออยู่ อะไรก็ตามที่มากไปก็ไม่ดี เอาแค่พอดี ๆ

ช่วงนี้จะเห็นบทความแบบนี้ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ นะครับ อย่าเพิ่งเบื่อกัน เผื่อใครเขาจะสนใจรูปแบบการทานอาหารแบบนี้ก็อยากจะบอกครับว่า ทนสักหน่อยพอผ่าน 10 วันไปแล้วเราจะไม่ค่อยหิวอะไรเลย

โพสท์ใน My life | ปิดความเห็น บน OMAD Day 11 ความหิวหายไป ต้องบังคับกิน